อาชีพครู หลายท่านประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง

เจาะเบื้องหลังส.ส. “หนูแดง” เกษตรกรขั้นเทพ นอกจากชื่อจะเก๋แล้ว แท้จริงเขาคือ “เสี่ยบ้านนอก” นี่เอง
จาก มติชนออนไลน์ 21 กรกฎาคม  2554

ก่อนหน้านี้ นายหนูแดง วรรณกางซ้าย ส.ส.เขต7 จ.บุรีรีมย์ พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับ “มติชนออนไลน์” ถึงแนวคิดการทำงานและกลยุทธ์ในการหาเสียงไปแล้ว   แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้นำเสนอ นั่นก็คือ ความมั่นคงในฐานะทางเศรษฐกิจของนายหนูแดง ที่เขามักจะนิยามตนเองว่า “ครูบ้านนอก” พร้อมๆ กับการเข้ามามีบทบาททางการเมือง ที่ครั้งหนึ่งเคยรับราชการครูมาหลายสิบปี ก่อนจะลาออกมาทำธุรกิจแลได้เป็นส.ส.ในที่สุด
โดยเฉพาะจ.บุรีรัมย์ ที่ครูมักจะมีโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทนมากกว่าอาชีพอื่น ซึ่งนายหนูแดง ได้บอกว่า สาเหตุที่ครูมักจะมีโอกาสมากกว่าคนอื่นนั้น เนื่องจากว่าครูเป็นที่จักคนเยอะ  มีลูกศิษย์เป็นฐานเสียง ที่สำคัญก็คือ ครูเป็นนักพูด จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบ   เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว สิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือ “ภาษีสังคม” ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ที่กลายเป็นค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าครองชีพ หรือต้องจ่ายให้เพื่อรักษาฐานเสียงของตนเอง
ขณะที่หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ลำพังเงินเดือนส.ส.แค่ 113,560 บาทต่อเดือน แบ่งเป็น เงินประจำตำแหน่ง 71,230 บาท กับเงินเพิ่มอีก 42,330 บาท  คงไม่พอ กับการมาทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ขณะที่บางคนอาจจะมองว่า มากเกินไปด้วยซ้ำ  
แม้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่นั่นก็หมายความว่า คนที่เข้ามาเป็นส.ส.จะต้องมีความมั่นคงในฐานะระดับหนึ่ง
พอมาถึงจุดนี้ ก็เลยเกิดคำถามขึ้นว่า แค่เงินเดือนส.ส.หรือเงินบำนาญของนายหนูแดง จะเสียภาษีทางสังคมพอหรือไม่? นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นายหนูแดง ได้เล่าถึงความมั่นคงทางฐานะของตัวเองก่อนการเข้ามาเป็นส.ส.ครั้งนี้
นอกจากจะมีอาชีพครูแล้ว นายหนูแดง ยังเป็นคนที่มีน้ำใจ และมักจะใช้บ้านของตนเองเป็นสถานที่นัดหมาย หรือใช้เป็นจุดศูนย์รวมในการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เช่น ทอดผ้าป่า งานบุญต่างๆ มากกว่านั้นก็คือ ใช้เป็นสถานที่ปราศรัยเมื่อครั้งหาเสียงที่ผ่านมาอีกด้วย  
ทั้งนี้ ก็เนื่องจากว่า บริเวณบ้านของนายหนูแดงนั้น กว้างขวาง โดยเจ้าตัวเล่าว่า สามารถบรรจุคนได้เกือบพัน แต่จะจริงแค่ไหนนั้นต้องหาโอกาสเข้าไปชมกันแล้ว จุดสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นบ้านไม้ทรงไทยที่ยังคงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ใต้ทุนสูง รับลมเย็น มีเครื่องดื่มร้อนเย็นไว้บริการชนิดที่ไม่เคยแห้ง และมักจะมีดารา หรือผู้ที่สนใจแวะถ่ายรูปอยู่เสมอ เนื่องจากว่าบ้านอยู่ติดถนนสายหลัก มองเห็นได้ชัดเจน
จากบ้านที่ใหญ่โตแล้ว นายหนูแดง ยังเปิดเผยอีกว่า การจะเป็นผู้แทนได้จะต้องมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจพอสมควร และนายหนูแดงเองก็มีธุรกิจที่พอจะสร้างความมั่นคงให้กับฐานะของเขาเช่นกัน ซึ่งนายหนูแดงมักจะบอกอยู่เสมอขณะไปบรรยายว่า เขาทำธุรกิจที่เป็นการสร้างความสุขให้กับชีวิต นั่นก็คือ การเลี้ยงไก่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยปล่อยให้ตัวผู้กับตัวเมียอยู่ด้วยกัน แล้วปล่อยให้มันผสมพันธุ์กัน ก่อนจะได้ไข่ แล้วเอามาฟัก
จากตรงนี้ นายหนูแดง จึงกล้านิยามได้ว่า รุ่นๆ หนึ่ง เขาได้สร้างชีวิตให้กับไก่ประมาณ 10 กว่าล้านตัว โดยใช้เงินลงทุนในการสร้างฟาร์มกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวนไก่ทั้งหมด 1 แสนตัว ต้นทุนตัวละ 330 บาท เป็นไก่จากต่างประเทศ นำเข้าโดย บริษัท คาร์กิลล์มิส ไทยแลนด์ เมื่อซื้อไก่มาแล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์ ไก่ก็จะไข่ โดยเฉลี่ยแล้วนายหนูแดงส่งไข่เข้าฟักวันละ 5 หมื่นกว่าฟอง  
เมื่อออกมาเป็นตัว หักต้นทุนอะไรแล้วก็จะมีรายได้ 4 บาทต่อตัว นั่นก็หมายความว่า นายหนูแดงจะมีรายได้วันละประมาณ 2 แสนบาท แล้วต่อเดือนหรือต่อปีจะขนาดไหน ซึ่งมีเกษตรกรน้อยรายที่จะมีรายได้ดีขนาดนี้ ยิ่งนายหนูแดงจะมีโครงการจะขยายฟาร์มเพิ่มแล้วละก็ คราวนี้รวยเละแน่  เมื่อเทียบกับบรรดาส.ส.ในสภาแล้ว นายหนูแดงน่าจะรวยอยู่ในอันดับที่ไม่น้อยหน้าใคร แต่เขายังถ่อมตัวว่า แค่พออยู่พอกิน  นอกจากชื่อ “หนูแดง” จะเก๋แล้ว เบื้องหลังของเขาก็คือ “เสี่ยบ้านนอก” ดีๆ นี่เอง  ตรงนี้นี่เองจึงเป็นสิ่งที่คอยจุนเจือเขามาโดยตลอด ถึงขั้นที่ว่า ผู้จัดการฟาร์มของนายหนูแดงจะได้รับเงินเดือนๆ ละ 4 หมื่นบาท และเข้าใจว่าสัตวแพทย์อีก 2-3 คน ก็น่าจะได้ราวๆ นี้
ฉะนั้นไปไหนมาไหน เรามักจะเห็นนายหนูแดง ขับ “ฟอร์จูนเนอร์” สีดำ 3000 ซีซี  แต่งตัวมาดเข้ม ตลอดเวลา ยิ่งลีลา ท่วงทำนองในการพูดแล้ว รับรอง “คม”  ก่อนจะทิ้งท้ายการสนทนา นายหนูแดงยังบอกอีกว่า อยากจะให้มีระเบียบที่ระบุไว้ว่า ส.ส.จะต้องจ่ายภาษีสังคมต่อครั้งเท่าไหร่ และไม่เกินกี่ครั้ง เพื่อที่จะทำให้การจ่ายมีระเบียบมากขึ้น นัยยะหนึ่งก็คือว่าเป็นการควบคุมส.ส.ไม่ให้เกิดการซื้อใจชาวบ้านเกินความจำ เป็น และจ่ายได้ตามความเป็นจริง
หรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือ ต้องการจะสื่อว่า เงินเดือนส.ส.ที่ได้รับไม่พอกับค่าเสียภาษีทางสังคม!
ไม่พอกับค่าเสียภาษีทางสังคม!

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *