รศ. ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมพูดคุยในรายการ “คนเคาะข่าว”

วันที่ 5 ต.ค. รศ. ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมพูดคุยในรายการ “คนเคาะข่าว”
       
       โดยรศ.ดร.ณรงค์ กล่าวว่า วันนี้คนอเมริกาที่ลุกขึ้นมาประท้วงวอลสตรีทยังไม่มีเอกภาพชัดเจนว่าขึ้นมาประท้วงเพราะอะไร บางคนตกงาน เป็นหนี้ แค้นรัฐบาล แต่พวกนี้ไม่ได้โทษระบบทุนนิยม ไม่ได้มองไปที่รากเหง้าของปัญหาจริงๆ มันต้องมีนักเศรษฐศาสตร์แนวใหม่มาอธิบายให้เขาเข้าใจ และเมื่อไหร่ก็ตามถ้าคนเข้าใจตรงกัน อเมริกาอยู่ไม่ได้ คนจนของอเมริกามีถึง 43 ล้านคน เท่ากับประชากร 1 ประเทศ แต่เศรษฐีอันดับ 1-2 ของโลกก็อยู่ในอเมริกา มันยิ่งเป็นการบอกว่าทุนการเงินมันสร้างการกระจุกตัวไว้ที่คนจำนวนหนึ่ง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีทางเลี่ยง อเมริกาอยู่ได้ด้วยอาวุธ แต่ถ้าไม่มีสงครามก็ขายไม่ออก  อวกาศก็เหมือนกัน หรือถ้าอเมริกาต้องการนำอาหารเป็นตัวจูงเศรษฐกิจตัวเอง พื้นที่การผลิตอาหารไม่พอฉะนั้นต้องขยายดินแดน
       
       รศ.ดร.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ทางออกของอเมริกายุคนี้คือการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ใช้ตั้งแต่อาวุธขนาดเบาเช่นการล้างสมอง หรือยึดกุมผู้นำคนใดคนหนึ่งแล้วให้สนองตอบอเมริกา หนักหน่อยก็ใช้การกดดันทางเศรษฐกิจ อันสุดท้ายก็ทำสงครามแบบที่พวกอาหรับเจออยู่
       
       ต่อไปนี้ถ้าบอกว่าที่ดินที่อุดมสมบูรณ์คือทรัพย์สิน หรือเป็นทุนสำรองเงินตราได้ เมื่อนั้นประเทศมหาอำนาจจะล่าอาณานิคมทันที เพื่อครอบครองที่ดินอุดมสมบูรณ์ ด้วยวิธีต่างๆ คนอาจจะไม่คิดแต่มีบางประเทศถึงขั้นคิดว่าอาจใช้วิธีส่งผู้ชายเข้ามาแต่งงาน 1 ล้านคน แค่คนละ 20 ไร่ ก็ได้ 20 ล้านไร่แล้ว
       
       อย่าลืมว่าเมื่ออเมริกายึดนิวเม็กซิโก คือการเนรเทศพวกกเฬวรากไปที่นี่ พอคนอยู่เต็มที่ก็ลุกขึ้นมาสู้ขอป็นอิสระ สู้ไม่ได้ขอกำลังอเมริกาไปช่วย นิวเม็กซิโกก็เป็นของอเมริกาไป เรียกว่าใช้ประชาชนสร้างอาณานิคม
       
       หรือการที่สามารถตกลงกันได้กับผู้นำประเทศเป็นการสร้างอาณานิคมผ่านบุคคล เมืองไทยคุณมีเงิน 50 ล้าน ให้ ส.ส. 1 คน 300 คน ใช้แค่ 1.5 หมื่นล้านเอง แล้วพวกนี้ก็ยินดีเพราะถูกล้างสมองให้มีแนวคิดตามอเมริกา อย่างนักเศรษฐศาสตร์เมืองไทยก็เห็นคล้อยตามอเมริกาทั้งนั้น เชื่อทุกอย่าง แม้กลไกตลาดเชื่อได้ แต่อย่าเชื่อมาก อย่างบริษัทจัดเรตติ้งยักษ์ใหญ่ของอเมริกากล้าจัดเรตทั้งโลก แต่ไม่กล้าจัดอเมริกา ขนาดเป็นหนี้มโหฬารยังไม่ลดเกรดเลย  รวมไปถึงองค์กรครอบโลกอย่าง ไอเอ็มเอฟและเวิลดิ์แบงก์ ถามว่าใครคุมอยู่ อเมริกาต้องดิ้นต่อไปโดยใช้อำนาจเหนือตลาดควบคุมทุกอย่าง
       
       ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า ทางยุโรป – อเมริกา ต้องการสูบความมั่งคั่งจากฝั่งเอเชียผ่านทางเฮดจ์ฟัน แต่หากดูปริมาณทองคำ เอเชียแม้มั่งคั่งแต่เทียบสัดส่วนทองคำต่อหัวน้อยกว่าทางฝั่งยุโรป – อเมริกา เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ปล่อยทองคำออกมา เมื่อตอนปี 2542 อังกฤษเทขายทองคำออกมาเพื่อกดให้ตลาดโลกไม่สนใจทองคำ และให้คนไปสนใจพันธบัตรอเมริกา – ยุโรปมากขึ้น
       
       อีกทั้งมีการประชุมกันของอเมริกา – ยุโรป ว่าจะทำอย่างไรถ้าโลกไปสนใจทองคำหมด แล้วเขาจะออกพันธบัตรได้อย่างไร เลยใช้วิธีออกมาตรการทำข้อตกลงกับธนาคารกลางทั่วโลก ว่าจะขายทองคำได้ปีละไม่เกิน 400 ตัน แล้วขายไม่ได้เกิน 1,000 ตัน ในช่วง 5 ปี เพื่อไม่ให้ภูมิภาคเอเชียที่มั่งคั่งไปซื้อทองได้ หรือซื้อได้จำกัด เพื่อทำให้มาสนใจพันธบัตรอเมริกา – ยุโรปต่อไป
       
       พอมาตอนนี้ที่ทั่วโลกต้องการทองคำ ก็เลยทำให้ทวีปเอเชีย เช่น อินเดีย จีน เกาหลีใต้ โบลีเวีย ก็ไปซื้อในตลาดทองคำ คำให้ราคาทองเพิ่ม อเมริกาก็ยอมไม่ได้เลยหาทางทุบ ใช้เฮดจ์ฟันทุบเพื่อไม่ให้มันน่าสนใจต่อไป นี่ก็เป็นหลักการณ์ที่ทำให้ทองผันผวนทุกวัน เพื่อให้คนไม่เชื่อมั่นในทองคำ และกลับมาถือพันธบัตรอเมริกา – ยุโรปแทน
       
       นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ความเป็นทุนนิยมทำให้ยุโรป – อเมริกา เหมือนติดกับดักตัวเอง เกิดความสั่นคลอน ปัญหาคนว่างงาน หนี้สินมโหฬาร เราเห็นบทเรียนที่อัฟกานิสถาน เข้าทำสงครามเสร็จแล้วประธานาธิบดีก็เป็นที่ปรึกษายูโนแคล หรืออีรักเข้าไปก็ยึดน้ำมัน ติมอร์ก็แทรกแซงจนแยกตัวออกมา เพื่อให้อเมริกาเข้าไปสัมปทานน้ำมัน เห็นได้ว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่กลไกตลาด ทุกอย่างถูกวางแผน เราต้องรู้เท่าทันเพื่อรับมือไม่ให้เราเสียเปรียบในอนาคต

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *