ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งแบบหมากัดกัน

ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งแบบหมากัดกัน

โดย : ชำนาญ จันทร์เรือง

วันที่ 29 มิถุนายน 2554

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/chamnan/20110629/397735/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.html
การต่อสู้แย่งชิงที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรกันอย่างดุเดือดในขณะนี้ ทำให้ผมนึกถึงนิทานอีสปเรื่องหนึ่งที่หมาป่ากับสุนัขจิ้งจอก


ที่แย่งถ้ำที่เก็บเสบียงอาหารไว้อย่างอุดมสมบูรณ์กัน แต่สุดท้ายถูกคนเลี้ยงแกะฆ่าตายทั้งคู่ ที่ผมนึกถึงนิทานอีสปเรื่องนี้เพราะว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ เป็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ดังที่เราทราบกัน คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการต่อสู้ระหว่างหมาป่ากับสุนัขจิ้งจอกซึ่งมีลักษณะของการเป็นคนพาลทั้งคู่
 



พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เก่าแก่มีพฤติกรรมที่อิงกับอำมาตย์และพรรคราชการมาโดยตลอด เป็นพรรคที่คุ้นชินกับการใช้อำนาจ ไม่มีผู้นำเดี่ยว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเหมือนหมาป่า ชอบหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองอย่างข้างๆ คูๆ อยู่ตลอดมาเมื่อต้องการจะใช้อำนาจ ดังเช่น นิทานเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ เป็นต้น ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่เป็นที่มาของการตั้ง ศอฉ.หาเหตุดำเนินกับฝ่ายตรงกันข้ามกับตัวเอง ทำได้แม้กระทั่งการจับแพะมาชนแกะในกรณีของผังล้มเจ้าที่เขียนขึ้นเพียงเพราะเหตุที่จะนำไปหาเรื่องกับลูกแกะทั้งหลาย
 

หรือแม้แต่ในเรื่องของกรณี 91 ศพที่โยนความผิดไปให้คนชุดดำก็เช่นเดียวกัน แต่ที่พิเศษกว่าการเป็นหมาป่าก็คือลักษณะของการ “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” (หลักฐานอ้างอิง คือ เฟซบุ๊คของนายอภิสิทธิ์ฉบับ 1-7) ซึ่งถือได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของพรรคประชาธิปัตย์เองที่พิเศษกว่าหมาป่าคือ หมาป่าเพียงแต่เอาชั่วใส่ลูกแกะเพื่อจะสำเร็จโทษ แต่ไม่เคยเห็นหมาป่าเอาดีใส่ตัวแต่อย่างใด
 

พรรคเพื่อไทยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นพรรคเพื่อทักษิณโดยเฉพาะ มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมทั้งในด้านธุรกิจและการเมืองทุกท่วงท่าในการล่าเหยื่อ ซึ่งเปรียบเสมือนสุนัขจิ้งจอกที่ชอบหากินเพียงลำพัง ถึงแม้จะมีการรวมฝูงกันก็เป็นฝูงที่ขึ้นอยู่กับจ่าฝูงหรือผู้นำเท่านั้น หากขาดผู้นำเสียก็เละเทะ ก็เหมือนพรรคเพื่อไทยหากขาดเสียซึ่งทักษิณ (ซึ่งตอนนี้ก็ยังคือทักษิณในร่างของยิ่งลักษณ์นั่นเอง) ก็ย่อมที่แตกเป็นเสี่ยงๆ
 

ลักษณะของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชนเดิมขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเหมือนสุนัขจิ้งจอก ทำทุกอย่างเพื่อด้วยเล่ห์กล ไม่ว่าจะเป็นการซุกหุ้น ซ่อนหุ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำงบประมาณของหลวงไปไล่แจกชาวบ้านโดยทำให้ผู้คนเข้าใจว่าเป็นเงินของตัวเอง จนระบบวินัยการเงินการคลังป่นปี้มาจนถึงปัจจุบันจนกลายเป็นยาเสพติดขนานใหม่ที่ชื่อว่า “ประชานิยม” ที่พรรคการเมืองต่างๆ และผู้คนต่างติดยาเสพติดชนิดนี้กันอย่างงอมแงม และยอมทำทุกอย่างไม่ว่าจะด้วยเล่ห์กลใดเพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐกลับคืนมาให้ได้ หลังจากพ่ายแพ้เกมของหมาบ้าที่ตนเองแต่งตั้งมากับมือทำการรัฐประหารเตะออกจากเก้าอี้ไปตั้งแต่กันยายน 2549
 

ตอนนี้หมาป่ากับสุนัขจิ้งจอกกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย งัดทุกกลวิธีออกมาเพื่อกำชัยชนะให้ได้ เช่น การทำลายป้ายพรรคการเมืองตรงข้ามและของตัวเอง (ขอย้ำว่าของตัวเองเพื่อเรียกคะแนนสงสาร) การส่งมือปืนไปข่มขู่จนกระทั่งถึงการลอบทำร้ายเพื่อตัดกำลังคู่ต่อสู้ การสาดโคลนให้ชายชุดดำในกรณี 91 ศพ และแน่นอนว่าสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ในการเลือกตั้งคราวนี้ก็คือการซื้อเสียงอย่างมหาศาล จนพระรักเกียรติ สุขธนะผู้ที่เคยสำเร็จวิชามารจนถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 15 ปีได้พูดขึ้นในวงเสวนาเมื่อไม่นานมานี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างมโหฬารยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา
 

แล้วเราจะทำอย่างไรดี
 

ตอนนี้เราคงทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะทั้งหมาป่าและสุนัขจิ้งจอกต่างก็เลือดเข้าตาแล้ว ส่วน กกต.ที่ถือได้ว่าหมดน้ำยาไปนานแล้ว ยิ่งล่าสุดการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผลการดำเนินการก็ออกมาอย่างที่เราทราบๆ กันนั่นแหละครับว่าโหลยโท่ยและห่วยแตกเป็นที่สุด คนเข้าคิวรอใช้สิทธิยาวเป็นกิโล ฯลฯ มีแต่ก้อนอิฐและเสียงด่าเป็นผลตอบแทน ซึ่งก็เป็นอันว่าสิ้นหวังในการบริหารจัดการการเลือกตั้งสำหรับองค์กรนี้ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้การจัดการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งไม่สามารถป้องกันหรือจับกุมผู้กระทำความผิดในการทุจริตซื้อเสียงขายได้ทั้งหมดก็ตาม แต่ผมก็ยังเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ที่ลงคะแนนเป็นเสียงที่บริสุทธิ์อยู่ และควรที่จะต้องได้การยอมรับและเคารพในการตัดสินใจของผู้ที่ไปลงคะแนน ไม่ว่าจะกาช่องใดก็ตาม
 

สิ่งที่เราจะทำได้ในตอนนี้ก็คือ เราต้องสร้างวิกฤติเป็นโอกาส นั่นก็คือ นำข้อเสนอของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนที่เคยเสนอไว้เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็คือการเลือกตั้งแบบหมากัดกัน ซึ่งหมายความว่าเมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หมามันมีสันดานชอบกัดกันอยู่แล้ว แทนที่เราจะปล่อยให้มันกัดกันตามใจชอบ แต่เราต้องให้มันกัดกันตามคำสั่งของเรา ซึ่งก็หมายความว่า กูสั่งให้มึงกัดใคร ไม่ใช่มึงกัดกันเองตามใจชอบ ฉะนั้นการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจึงมีความสำคัญ แต่ว่าไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อเลือกเครื่องมือทางการเมืองของเรา ไม่ใช่เลือกตัวแทนของเรา คนที่เราสามารถสั่งได้ ไม่ใช่คนที่ไปคิดหรือทำอะไรแทนเราไปหมดทุกอย่าง
 

ฉะนั้น เราจะต้องใช้สันดานหมาที่มันชอบกัดกันเพื่อแย่งอาหารให้เป็นประโยชน์ต่อการเมืองภาคประชาชน ยุทธศาสตร์ที่ผมว่านี้ก็คือ เมื่อปล่อยหมาออกไปแล้วเราไม่สามารถบังคับหมาได้ มันจะกัดกันเพื่อแย่งอาหารของมันเองเท่านั้น แต่เราก็ต้องมียุทธศาสตร์ว่า เราจะปล่อยหมาออกไปเพื่อให้มันไปกัดกันในสภาอย่างไร เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ถึงมันจะแย่งอาหารกันเองก็ตาม แต่ผลที่ได้จะตกแก่ประชาชนมากที่สุด
 

ถ้าเราทำให้อำนาจในสภาของหมาป่าหรือสุนัขจิ้งจอกไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจนเกินไปนัก ก็จะทำให้มันไม่กล้าที่จะมาปิดปากผู้คนในสังคม ประชาชนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสรเสรี ถูกคุกคามจากรัฐบาลที่เข้มแข็งได้น้อยลง ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลที่อ่อนแอจะคุกคามประชาชนไม่ได้นะครับ แต่เราจะสามารถตอบโต้กับมันได้ดีขึ้น ได้ถนัดมากขึ้น รัฐบาลที่อ่อนแอก็ตีหัวประชาชนมาตลอดเวลาเหมือนกัน ดังเช่นสองปีกว่าที่ผ่านมา เราจึงต้องการรัฐบาลที่ไม่เข้มแข็งจนเกินไป เพื่อว่าพื้นที่ภาคประชาชนจะได้เปิดกว้างขึ้น โดยให้นักการเมืองเป็นแต่เพียงเครื่องมือทางการเมืองของประชาชน
 

อย่าปล่อยให้หมาป่ากับสุนัขจิ้งจอกมานั่งบนหัวเรา ให้มันเป็นเพียงเครื่องมือของเราเท่านั้นก็พอ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *