ทัศนะของประชาชนต่อการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองจันทบุรี : รายงานวิจัย

ทัศนะของประชาชนต่อการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองจันทบุรี

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาทัศนะของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีโดยตรงของเทศบาลเมืองจันทบุรี 2) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการดำเนินงานของ เทศบาลเมืองจันทบุรี และ 3) เพื่อศึกษาความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้มากจากการแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากร ที่มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 300 คน จากทั้งหมด 377 คิดเป็นร้อยละ 79.58 ของการสุ่มแบบคละ (cluster Sampling)

ข้อมูลทั้งหมดถูกวิเคราะห์โดยโปรแกรม SPSS for Windows ค่าสถิติที่ใช้คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบสเต็บไวท์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1.ในการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายที่ผ่านมาประชาชนประมาณร้อยละ 71 ออกไปเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลผู้ไปเลืกตั้งประมาณร้อยละ 58 เลือกกลุ่มนายจักรเพ็ชร จิตงามสุจริต รองลงมาเลือกลุ่มของนายสุนทร เจียมสกุล (33%) สาเหตุ 5 อันดับแรกที่ประชาชนเลือกแต่ละกลุ่มเพราะ 1) ชอบ 2) ตั้งใจทำงาน 3) เป็นคนดี 4) เลือกตามคำแนะนำของครอบครัว และ 5) ผลงานดี ตามลำดับ 2. ประชาชนประมาณร้อยละ 51 ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลประมาณเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ 2547 และประชาชนที่มีสิทธิร้อยละ 82 คาดว่าจะออกไปเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และประมาณร้อยละ 59 ของผู้ที่จะไปเลือกตั้งจะเลือกกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ส่วนลักษณะและคุณสมบัติ 3 อันดับแรกของสมาชิกสภาเทศบาลที่ประชาชนต้องการเลือกคือ 1) จริงใจแก้ปัญหาท้องถิ่นอย่างจริงจัง 2) เข้าใจปัญหาของประชาชนและชุมชน และ 3) ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการรับฟัง แสดงความคิดเห็น และแก้ไขปัญหา สำหรับสมาชิกสภาเทศบาลที่มีคุณสมบัติดัวกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มการเมือง ของนายจักรเพ็ชร จิตงามสุจรติ (ร้อยละ 61) และกลุ่มการเมืองของนายสุนทร เจียมสกุล (ร้อยละ 27) 3. ประชาชนประมาณร้อยละ 39 ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งนายกเทศมาตรีโดยตรงประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2547 (อีกประมาณร้อยละ 61 ไม่ทราบ) สำหรับคุณสมบัติของนายกเทศมนตรีที่ประชาชนต้องการคือ ต้องสังกัดกลุ่มการเมืองท้องถิ่น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีพฤติกรรมสำคัญใน 3 ดันดับแรก คือ 1) จริงใจแก้ปัญหาท้องถิ่นอย่างจริงจัง 2) แก้ปัญหาด้วยความรวดเร็ว และ 3) เข้าใจปัญหาของประชาชนและชุมชน ตามลำดับ และพบว่า นายจักรเพ็ชร จิตงามสุจรติ เป็นบุคคลที่ประชาชนประมาณร้อยละ 63 ให้ความเห็นว่าตรงกับคุณสมบัติดังกล่าวมากที่สุด ในทำนองเดียวกันพบว่า ประชาชนประมาณร้อยละ 63 จะเลือกสมาชิกสภาเทศบาลทีอยู่กลุ่มเดียวกันกับกลุ่มนายกเทศมนตรีที่ตนเลือก ต้อย 4. ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการขอเทศบาลในด้านความสะอาดของชุมชนและการ กำจัดขยะมูลฝอยหรคือสิ่งปฏิกูลอยู่ในระดับมาก ส่วนบริการอื่น ๆ อยู่ในระดับปานกลาง 5. สามตัวแปร คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานของเทศบาล ความสะอาดของชุมชน/การกำจัดขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล และการให้บริการด้านห้องสมุดประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการให้บริการของเทศบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งสามตัวแปรนี้สามารถทำนายหรืออธิบายความแปรปรวนต่อความพึงพอใจของประชาชน ได้ร้อยละ 67.50 และพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานของเทศบาลเป็นตัวแปรทำนาย ที่สำคัญมากที่สุด โดยตัวแปรนี้เพียงตัวแปรเดียวสามารถทำนายตัวแปรตามได้ร้อยละ 41.40 6. ความต้องการเร่งด่วนของประชาชนที่ต้องการให้เทศบาลเมืองจันทบุรีดำเนินการ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) การป้องกันน้ำท่วม/ปรับปรุงท่อระบายน้ำ/ทำนบน้ำ/ทำนบกั้นน้ำ 2) การกำจัดขยะสิ่งปฏิกูล/ความสะอาดของถนนหนทาง 3) การเข้มงวดเรื่องการปราบปรามยาเสพติด 4) การเคร่งครัดในเรื่องการจัดการจราจรบนท้องถนน (สัญญาณไฟ การจอดรถ และควบคุมการทำผิดกฎหมายจราจร) และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ 5) การปรับปรุงถนนหนทางที่คับแคบ และการส่งเสริมอาชีพ/พัฒนารายได้ของประชาชน ตามลำดับ

Ref http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5839

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *