ดร.สุรสาล ผาสุข ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สิงห์บุรี

หลังจากที่ขับเคี่ยวกันมาตลอดช่วงหาเสียง ในจ.สิงห์บุรี ระหว่าง โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา กับ ดร.สุรสาล ผาสุข ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 3ก.ค. ที่ผ่านมา

สุดท้าย ดร.สุรสาล ก็สามารถชนะคู่แข่งมาได้ด้วยคะแนนเสียง 59,640 คะแนน

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ดร.สุรสาล อยู่ในวงการวิชาการมากกว่า 30 ปี ก่อนจะหันเหชีวิตมาลงเล่นการเมืองในวินาทีสุดท้าย

โดยมีพี่เลี้ยงดี ไม่ว่าจะเป็น พายัพ ปั้นเกตุ”  แกนนำนปช. ที่ถือว่าเป็นตัวตายตัวแทนเลยก็ว่าได้

รวมถึงพี่สาว คือ บุญเตือน เหี้ยมจ่าง” ส.อบต.สิงห์บุรี เขต อ.อินทร์บุรี และประเสริฐ เหี้ยมจ่าง” พี่เขย อดีตกำนันต.ชีน้ำร้าย และปัจจุบันเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย

แม้หน้าตักทางการเมืองของดร.สุรสาลจะน้อยนิด ไม่เคยลงพื้นที่มาก่อนก็ตาม แต่ก็สามารถเข้ามาสู่สนามการเมืองได้อย่างภาคภูมิใจ

ในการนี้ ดร.สุรสาล ผาสุข ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สิงห์บุรี ให้สัมภาษณ์กับ“มติชนออนไลน์” ถึงที่มาของบทบาททางการเมืองว่า เดิมเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี (อาจารย์สาขาวิชาคณิตศาสตร์) และมีเป้าหมายที่จะทำงานทางวิชาการต่ออีกซัก 4-5 ปี เพราะมีมหาวิทยาลัยของรัฐเข้ามาทาบทามหลังเกษียณอายุราชการ แต่คิดว่าชีวิตคงจะได้มาเป็นนักการเมือง เนื่องจากช่วงนั้นคุณพายัพอยู่ต่างประเทศ และกำลังหาคนมาลงส.ส.เขตแทน โดยมีคนมาพูดคุยกับพี่สาวที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนถูกแนะนำจากพี่สาวให้มาคุยกับตน ซึ่งยอมรับว่า ไม่มีเป้าหมายว่าจะเป็นส.ส. อย่างมากก็แค่นักการเมืองท้องถิ่น   

หลังจากคุยกันแล้ว มีสมบัติพร้อม ก็เลยถูกเชิญเข้ามาทำงานที่พรรคเพื่อไทย เดิมที่คุยกันว่าจะลงสมัครส.ส. ก็ได้วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามาทำงาน โอกาสที่จะชนะ โดยมีพื้นที่เดิมของคุณพายัพ ในอ.บางระจัน เป็นทุน และฐานเสียงพี่สาวและพี่เขยอีกหลายพื้นที่ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็อาศัยศักยภาพ จึงทำให้ตัดสินใจลงสมัครส.ส. ก่อนจะเริ่มลงพื้นที่เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ โดยใช้เวลาพอๆ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่คิดว่าคู่แข่งขันก็ยังหยิบตรงนี้ไปเป็นประเด็นอยู่เหมือนกัน

ชัยชนะครั้งนี้มาจากคนในครอบครัว-ฐานคะแนนของ”พายัพ”

จากชัยชนะครั้งนี้ ดร.สุรสาล กล่าวว่า ฐานคะแนนเสียงของคนในครอบครัว ของคุณพายัพเป็นส่วนเกื้อหนุนกัน รวมถึงกระแสของพรรค นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงบวกกับกลุ่มพลังเงียบ ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญ ส่วนปัจจัยที่ทำให้พลังเงียบตัดสินใจเลือกนั้น คงเพราะว่า ชื่นชอบในนโยบาย รวมถึงกระแสของนายกฯหญิง อีกทั้งในพื้นที่อินทร์บุรี ตนก็ได้ประกาศรักษาฐานเสียงไว้อยู่แล้ว และก็อาศัยคะแนนเสียงจากหน่วยราชการ อาจารย์ ในอ.เมือง ทำให้ผลที่ออกมาเหนือการประเมินของหลายท่านที่มองว่าไม่ผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้

ขณะช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ดร.สุรสาล ยังบอกอีกว่า ได้ทำโพลส่วนตัวขึ้นมาเองโดยนักวิชาการที่ไว้ใจ แล้วนำโพลนั้นมาแก้ไขจุดอ่อน เดิมที่โพลของส่วนกลางออกมาแพ้และสูสีในหลายพื้นที่ จากการทำโพลส่วนตัว จุดอ่อน คือ หัวคะแนนที่เราไม่สามารถสู้ได้ เข้าไม่ถึงเครือข่ายการเมือง ที่เป็นผู้นำชุมชน จึงอาศัยการลงพื้นที่ให้มากขึ้น ใช้การพูดจา สายตาที่บ่งบอกถึงความไว้ใจ รวมถึงความเชื่อมั่นในตนเอง มากกว่านั้น ยังใช้เทคนิคในการปลุกสำนึกให้มาพิจารณาตัวบุคคลและเข้าไปสัมผัสกับชาวบ้านเพื่อแสดงความสามารถ แต่ทั้งหมดนี้คิดว่าไม่สำคัญเท่ากับการที่เราจะทำอะไรให้กับคนในพื้นที่สิงห์บุรีได้บ้าง หรือทำได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนบทบาทส.ส.ในสภาฯนั้น มองว่า บางอย่างก็เสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น การเสียดสีกันของสองฝ่าย ซึ่งก็มีบ้างเป็นสีสัน แต่ไม่ควรมาก เพราะเป็นการเสียเวลามากเกินไป อาจจะทำให้เวลาในการแสวงหาข้อเท็จจริงทำได้ไม่เต็มที่ แต่บางทีก็ยอมรับว่าเมื่อฝ่ายหนึ่งอภิปรายขึ้นมา ก็ทำให้อีกฝ่ายอดที่จะโต้ตอบไม่ได้ เมื่อถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง ทั้งนี้ ตนเป็นคนหนึ่งที่ตั้งปณิธานไว้ว่า จะพยายามไม่ขาดการประชุมสภาฯ และอยู่จนเลิกประชุมทุกครั้ง ทั้งนี้ ก็ไม่นิยมนั่งนอกห้องประชุมด้วย เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ส.ส.ไม่ควรทำ

ขณะที่ การทำงานในพรรค ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเป็นส.ส.ใหม่ การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อยก็เสนอตัวเป็นกรรมาธิการในสาขาที่ถนัด (การศึกษา) และการติดตามการใช้งบประมาณ เพราะเชื่อว่าวินัยที่มีอยู่น่าจะช่วยดูแลได้ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพรรคในการพิจารณาคุณสมบัติว่าจะให้ทำอะไร ขณะเดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถด้วย เพราะเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว

ไม่เชื่อ”ทักษิณ”กลับประเทศแล้วจะทำรัฐบาลพัง

ครั้งหนึ่งในการหาเสียงของดร.สุรสาล ที่นายพายัพ ระบุกับคนเสื้อแดง ในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทยหลังชนะการเลืกตั้ง นั้น ดร.สุรสาล กล่าวว่า ตรงนี้เป็นความประสงค์อย่างหนึ่งของคุณพายัพ และก็เป็นสิทธิของแต่ละคน ซึ่งไม่ขอวิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวพอสมควร และจากการวิเคราะห์ถึงความมั่นคงของรัฐบาล ภายหลังที่คุณทักษิณกลับมานั้น ก็เป็นแค่การวิเคราะห์ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อมูล ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ยังสรุปไม่ได้ แต่เชื่อมั่นว่าคุณทักษิณมีมันสมองเป็นเลิศ เมื่อเข้ามาแล้วไม่มีเรื่องการเมือง ก็จะช่วยเหลือประเทศได้เยอะ และในฐานะคนไทยก็มีสิทธิเข้าประเทศได้ ซึ่งการวิเคราะห์ถือเป็นความเห็นของแต่ละบุคคล โดยตนก็ไม่อยากจุดชนวนความแตกแยกตรงนี้ด้วย

ส่วนกรณีทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี นำมาอ้างอิงว่า ประเทศไทยไม่เหมาะที่จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงนั้น เรื่องนี้ก็ได้ยินคำทำนายมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยึดเป็นสรณะ เพราะเป็นแค่การทำนาย อีกทั้งตอบไม่ได้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ถ้ายึดมากเกินไปก็ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ แต่ไม่เชื่อก็ไม่ได้ โดยยอมรับว่ามีผลกับคนที่รับฟัง แม้จะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดโอกาสให้นายกฯได้ทำงานแล้ว ก็คงตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ยึดประโยชน์เป็นที่ตั้ง แค่นี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว เราเองก็ต้องพูดให้น้อย ฟังให้มาก

รับแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ช้า-มีการเมืองเกี่ยวข้อง

จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ดร.สุรสาล กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้แทน ก็มีหน้าที่ในการประสานงานในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยอมรับว่าการแก้ปัญหาอาจจะไม่ทั่วถึงและทำได้ลำบาก และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และน่าเห็นใจผู้ประสบภัย โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันระหว่างชาวบ้านกับชาวนาที่ต่างก็ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาแบบพบกันครึ่งทาง ส.ส.ก็ต้องเป็นตัวประสาน เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย หรือหาจุดสมดุลระหว่างผู้ให้ความช่วยเหลือกับผู้รับการช่วยเหลือ

ในเบื้องต้น ฝ่ายปกครองต้องผู้ไกล่เกลี่ยและให้การช่วยด่านแรก กล่าวคือ เมื่อ อบต.งบฯน้อย ก็ต้องประสานไปยังอำเภอ ก่อนจะประสานไปยังจังหวัด ในการช่วยเหลือ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าอบต.และเทศบางแห่งมีอัตราสูง มีการกั๊กงบประมาณ ทำให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทำได้ไม่เต็มที่ ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่ความล่าช้าของระบบราชการก็ยังแก้ไม่ได้ ผู้ว่าฯเอง ก็ควรจะตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว มีวิสัยทัศน์ แม้จะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ แต่เมื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนก็เป็นสิ่งที่ดี เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ในฐานะที่เป็นส.ส.ก็ไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยราชการได้ เพราะผู้แทนไม่มีอำนาจในการสั่งการอยู่ในมือ แม้จะมีอำนาจแฝง ขณะเดียวกัน ประชาชนเองก็มักจะเข้าใจว่าส.ส.ทำได้ทุกอย่าง

เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาล่าช้าหรือไม่ เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดก่อนนั้น ดร.สุรสาล กล่าวว่า คงเปรียบกันลำบาก เพราะคนละสถานการณ์ และปีนี้ก็หนักกว่าปีก่อน น้ำมาเร็วกว่าที่คิด ทั้งนี้ นายกก็ยังเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน จึงทำให้การทำงานออกมาไม่ค่อยเป็นรูปธรรมมากนัก เราต้องให้เวลานายกฯตั้งหลักด้วย และอันที่จริงพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายการจัดการโครงข่าย 25 ลุ่มน้ำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่เสมือนเป็นการควบคุมน้ำ เมื่อทำได้น้ำก็จะไม่ท่วม

ฉะนั้นทุกวันนี้ การช่วยน้ำท่วมของรัฐบาล เปรียบได้กับการรักษาตามอาการ ผุดตรงไหนก็อุดตรงนั้น ส่วนการแก้ระยะยาวต้องใช้เวลา และขึ้นอยู่กับว่าส.ส.ในพื้นที่จะทำงานเต็มที่ขนาดไหน ถ้าเต็มที่ปัญหาก็จะคลี่คลาย แต่ถ้าไม้เต็มที่ก็จะทำให้ปัญหาเลยไปยังรัฐบาลได้ อีกอย่างหนึ่งก็ต้องรอบคอบด้วย เพราะประชาชนบางส่วนถือโอกาสนี้ หาประโยชน์ส่วนตนในการรับความช่วยเหลือ แต่ก็ยอมรับว่าไปได้ไม่ทั่วถึงและในพื้นที่ก็มีเสียงบ่นเหมือนกันว่าไม่เห็นหน้า 

เด็กไทยอ่อนคณิตเพราะขาดครูที่มีประสบการณ์

จากปัญหาที่เด็กไทยอ่อนคณิตศาสตร์รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์นั้น ดร.สุรสาล กล่าวว่า กระแสของการเรียนทางด้านสังคมศาสตร์มีเยอะกว่าด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนบัณฑิตที่จบมาทางด้านวิทยาศาสตร์มีน้อยมาก บางสาขาต้องปิดตัวลง ส่วนปัจจัยที่ทำให้เด็กไม่อยากเรียนคณิตศาสตร์ ประการแรก ครูที่สอนระดับประถมเป็นแบบคนเดียวสอนทุกวิชา เพราะฉะนั้นทักษะเฉพาะของครูไม่มี ไม่สามารถจูงใจได้ เนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องใช้ทักษะ เมื่ออธิบายไม่ชัด ไม่เอนเตอร์เทนก็ทำให้เด็กเบื่อ เมื่อพิจารณาตรงนี้แล้ว ก็จะไม่ทำให้เด็กทิ้งคณิตศาสตร์อย่างสิ้นเชิง


อีกอย่างก็คือ คนที่จบมาทางด้านคณิตศาสตร์ก็ไม่รู้ว่าจะไปงานทำอะไร จบมาก็ตกงาน อย่างมากก็เป็นอาจารย์ เพราะคณิตเป็นสาขาที่เอื้อให้กับสาขาอื่น ไม่มีจุดเด่นในตัวเอง ส่วนการที่คณิตศาสตร์ไปอยู่ในโรงเรียนกวดวิชานั้น มองว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า เราควรแก้ที่ต้นเหตุ เมื่อโรงเรียนสอนดี กวดวิชาก็ไม่จำเป็น เพราะการศึกษาในระบบต้องพึ่งได้ แต่ปัจจุบันผู้ปกครองอาจจะไม่มั่นใจเลยหันไปพึ่งโรงเรียนกวดวิชา แล้วทำไมไม่เอาที่กวดวิชามาทำในโรงเรียน


อย่างไรก็ตาม ครูสมัยนี้ก็ต่างจากสมัยก่อน เพราะแต่ก่อนกว่าจะเป็นครูได้ต้องผ่านจากการคัดเลือก คนเป็นครูต้องเป็นหัวกะทิ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ เพราะคนที่จะมาเรีนครูคือคนที่ไปไหนไม่ได้แล้ว มาเรียนโดยไม่ได้รัก แม้จะหันมาเรียนมากขึ้น เพราะครูไม่พอบ้าง เกษียณเยอะบ้าง ฉะนั้นครูมีบทบาทสำคัญที่ทำเรื่องยากเป็นง่าย สอนสนุก คนที่เรียนครูด้านนี้ต้องมีความรู้อย่างเต็มที่ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316665319&grpid=01&catid=&subcatid=

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *